โครงการประชาคม การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ฉบับที่ 3 (2571-2575) ประจำปี 2569

โครงการประชาคมหมู่บ้าน ประจำปี 2569  ณ ศาลาประชาคมหมู่บ้าน หมู่ที่1-12  โดยมี นางปวีณา เทศยุคุณธร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแก้ว ร่วมลงประชาคมจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น ฉบับที่ 3 (2571-2575) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  • เปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนทุกครัวเรือนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น
  • รับฟังข้อเสนอแนะ ปัญหา และความต้องการของประชาชนในพื้นที่
  • สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างประชาชนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • นำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประกอบการวางแผนพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับความต้องการจริงของประชาชน

 

ประเด็น/เรื่องการในการมีส่วนร่วม
-ประชาชนมีส่วนรวมในการแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับแผนฉบับที่ 3 (2571-2575) ประจำปี 2569 ในโครงการอาทิ เช่น รถขยะ เบี้ยยังชีพ ภาษีป้าย ที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น
-ร่วมเสนอแนวคิดในการปรับปรุงค่าธรรมเนียมขยะให้เป็นธรรม, การจัดจุดตั้งถังขยะส่วนรวมในชุมชน, และการร่วมใจคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง (ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านและช่วยให้การจัดเก็บรวดเร็วสะอาดตามากขึ้น
-ประชาชนร่วมรับฟังการชี้แจงขั้นตอนการประเมินภาษีที่เป็นธรรม, เสนอแนะช่องทางการชำระภาษีที่สะดวก (เช่น ระบบออนไลน์ หรือจุดบริการเคลื่อนที่ในหมู่บ้าน) และร่วมรับรู้ว่ารายได้จากภาษีป้าย ที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้นี่เอง ที่จะถูกนำกลับมาพัฒนาเป็นสาธารณูปโภค รถขยะ และสวัสดิการในตำบลตามแผนพัฒนาฉบับที่ 3

 

สรุปข้อมูลของผู้มีส่วนร่วม
มีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 269 คน ได้แก่
-ประชาชนหมู่ที่ 1-12
-ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 12 หมู่บ้าน
-เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ ต่างๆ

ผลจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ประจำปี 2569

ผลลัพธ์ด้านการบริหารจัดการขยะ (รถขยะ)

-ปริมาณขยะต้นทางลดลง: เกิดความร่วมมือในการคัดแยกขยะเปียก ขยะรีไซเคิล และขยะอันตรายจากครัวเรือน ส่งผลให้ปริมาณขยะที่ต้องนำไปกำจัดลดลง และช่วยยืดอายุการใช้งานของรถขยะและถังขยะส่วนรวม

-การจัดเก็บรายได้ที่มีประสิทธิภาพ: ชุมชนยอมรับและยินดีจ่ายค่าธรรมเนียมขยะเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีส่วนร่วมในการกำหนดอัตราที่เหมาะสมและเห็นระบบการทำงานที่พัฒนาขึ้นจริง

ผลลัพธ์ด้านสวัสดิการสังคม (เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ)

-ระบบฐานข้อมูลแม่นยำ ไร้ผู้ตกหล่น: เกิดเครือข่ายภาคประชาชน (อสม. และผู้นำชุมชน) ที่ช่วยกันสอดส่องและแจ้งเบาะแสผู้มีสิทธิรายใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงหรือผู้ยากไร้ ทำให้การยืนยันสิทธิเป็นไปอย่างครอบคลุม 100%

 

-การบริการที่เข้าถึงง่าย (Disability & Elderly Friendly): ท้องถิ่นสามารถปรับปรุงขั้นตอนการให้บริการยืนยันสิทธิและรับเงินให้สะดวกยิ่งขึ้น เช่น การเปิดจุดบริการเคลื่อนที่ในหมู่บ้านตามคำเรียกร้องของประชาชน

 

ต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต: ได้แนวคิดใหม่ๆ ไปบรรจุในแผนพัฒนาฉบับที่ 3 เช่น โครงการฝึกอาชีพผู้สูงอายุ หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน ไม่ใช่เพียงแค่การรอรับเงินเบี้ยยังชีพอย่างเดียว

 

ผลลัพธ์ด้านการคลังและรายได้ (ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)

-ลดข้อพิพาทและคำร้องคัดค้าน: ประชาชนมีความเข้าใจในหลักเกณฑ์และอัตราภาษีแบบใหม่มากขึ้น ทำให้กระบวนการสำรวจและประเมินทุนทรัพย์เป็นไปด้วยความราบรื่น มีการประเมินที่เป็นธรรมและโปร่งใสตามข้อตกลงร่วมกัน

-ยอดจัดเก็บภาษีทะลุเป้าหมาย: ประชาชนให้ความร่วมมือในการชำระภาษีตรงเวลามากขึ้น ผ่านช่องทางบริการที่ประชาชนร่วมเสนอแนะ (เช่น การชำระผ่านระบบออนไลน์ หรือจุดบริการเคลื่อนที่)

-เกิดความตระหนักรู้และสำนึกรักท้องถิ่น: ประชาชนรับรู้ว่าเงินภาษีของตนถูกนำกลับมาใช้เป็นงบประมาณในการจัดซื้อรถขยะและจ่ายเบี้ยยังชีพอย่างไร ทำให้เกิดความเต็มใจในการเสียภาษีเพื่อพัฒนาบ้านเกิดตนเอง

 

การนำผลจากการมีส่วนร่วมไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงาน

  1. การปรับปรุงด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (รถขยะ)
  • ปรับปรุงเส้นทางและตารางเวลา (Route Optimization): นำข้อมูลเวลาที่ประชาชนสะดวกและจุดที่มักเกิดขยะตกค้าง มาจัดทำแผนที่เส้นทางเดินรถขยะใหม่ (จัดทำตารางเวลาที่ชัดเจนแจ้งให้ชุมชนทราบล่วงหน้า) เพื่อลดการตกค้างของขยะและลดการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงของรถขนส่ง
  • พัฒนาระบบคัดแยกและใช้ประโยชน์ขยะ: จัดตั้งจุดรวบรวมขยะแยกประเภทตามที่ชุมชนเสนอ พร้อมพัฒนากระบวนการนำขยะอินทรีย์ไปทำปุ๋ยหมักเพื่อสนับสนุนกิจกรรมเพิ่มพื้นที่สีเขียวในตำบล เป็นการลดปริมาณขยะที่จะเข้าสู่กระบวนการฝังกลบ
  • ปรับปรุงการจัดเก็บค่าธรรมเนียม: พัฒนาระบบการจัดเก็บค่าธรรมเนียมขยะให้มีความสะดวกและโปร่งใสมากขึ้นตามเสียงสะท้อนของประชาชน โดยเปิดช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย
  1. การพัฒนาด้านสวัสดิการสังคม (เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและผู้พิการ)
  • ยกระดับเป็น “การบริการเชิงรุก” (Proactive Service): ปรับปรุงกระบวนการทำงานจากเดิมที่ตั้งรับ ณ สำนักงาน เปลี่ยนเป็นการจัดหน่วยบริการเคลื่อนที่ร่วมกับ อสม. และผู้นำชุมชน ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านเพื่ออำนวยความสะดวกในการ “ยืนยันสิทธิ” ให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง
  • ปรับปรุงระบบฐานข้อมูล (Digital Database): นำรายชื่อและข้อมูลจากการตรวจสอบร่วมกันของชุมชนมาปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน (Real-time) เพื่อลดขั้นตอนความล่าช้าในกระบวนการเบิกจ่ายเงิน และป้องกันการตกหล่นของผู้มีสิทธิรายใหม่
  • บรรจุโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในแผนฉบับที่ 3: นำความต้องการของประชาชนไปริเริ่มกิจกรรมใหม่ ๆ ในแผนพัฒนา (2571-2575) อาทิ โครงการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ หรือกิจกรรมส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมกับวัย
  1. การปรับปรุงระบบการจัดเก็บรายได้ (ภาษีป้าย ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง)
  • กระบวนการประเมินที่โปร่งใสและเป็นธรรม: นำข้อคิดเห็นและข้อคัดค้านจากประชาชนมาปรับปรุงเกณฑ์การสำรวจและประเมินทุนทรัพย์ โดยจัดให้มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาและชี้แจงคำนวณภาษีอย่างตรงไปตรงมาเพื่อลดความเคลือบแคลงใจ
  • ขยายช่องทางการให้บริการและชำระภาษี: พัฒนาระบบการชำระภาษีออนไลน์ (E-Service) และจัดทำหน่วยบริการเคลื่อนที่รับชำระภาษีตามหมู่บ้านในช่วงฤดูกาลจัดเก็บ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดภาระการเดินทางของประชาชน

เปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณ (Transparency): จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์หรือรายงานสรุปแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “รายได้จากภาษีของท้องถิ่น ถูกนำไปใช้พัฒนาในโครงการรถขยะและสวัสดิการเบี้ยยังชีพอย่างไร” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นความร่วมมือในการเสียภาษีในรอบปีต่อ ๆ ไป

« of 3 »